เที่ยวไทย
วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554
สุสานหอย 75 ล้านปี
กระบี่จ๋ามาหาอีกแล้ว : เที่ยวสุสานหอย 75 ล้านปี
มาต่อวันที่เหลือ..เรียกว่ารวบรัดตัดความกันจนถึงจับเครื่องกลับ
อันนี้คุณเพ่แมนบอกว่าอร่อยยยยเลยสั่งมาด้วย..ส้มตำหมูกรอบ..อาหารประจำทุกภาค 55
รสชาติอาหารโดยรวม + ราคา ถูกใจที่สุดเลยในทริปนี้..สำหรับครัวเรือนสวนมากินอีกแน่อนน !!!
แ่ต่ยังไงคุณลูกสาวก็ยัง Enjoy Eating เช่นเคย ทำไมชอบทานหอยชักทรีนมากมายก็ไม่รู้
มาต่อวันที่เหลือ..เรียกว่ารวบรัดตัดความกันจนถึงจับเครื่องกลับ
ถึงสุสานหอยฯ ก็หาที่จอดรถกันเลย ลงจากรถจะมีจุดชมวิวให้ได้นั่งชิวรับลมเย็นๆกัน
ลักษณะก็จะเป็นแผ่นฟอสซิลยื่นลงไปในทะเล ฟ้าใส ทะเลสวยมากๆ
เราใช้เวลาซักพักที่นี่ ดูลาน fossil และดูวิวใกล้ๆ
ตามมาด้วยผักเหมียงผัดกุ้งเสียบ และต้มยำกุ้งรสชาติใต้ๆ
อันนี้คุณเพ่แมนบอกว่าอร่อยยยยเลยสั่งมาด้วย..ส้มตำหมูกรอบ..อาหารประจำทุกภาค 55
รสชาติอาหารโดยรวม + ราคา ถูกใจที่สุดเลยในทริปนี้..สำหรับครัวเรือนสวนมากินอีกแน่อนน !!!
ทำหน้าที่เดินถ่ายรูปเก็บตกกันนิดหน่อย สรุปว่ามีคนปีนไปถ่ายมุมสูงให้แต่ยังไม่ได้เอา File Original มา
คุณนายก็ไม่แคร์สื่อ อุปกรณ์เล่นทรายไม่ต้อง ฟี่พกนิ้วมา 10 นิ้ว เล่นได้สบายยยยย
ตอนเย็นก็ขับรถไปหาป่าป๊า ตอนแรกเราตั้งใจจะ BBQ Party อาหารทะเลกันแต่งานเข้า
แ่ต่ยังไงคุณลูกสาวก็ยัง Enjoy Eating เช่นเคย ทำไมชอบทานหอยชักทรีนมากมายก็ไม่รู้
ลำปาง
ลือเลื่องเมือง “ลำปาง” ท่องถิ่นรถม้า-ชามตราไก่ สัมผัสอัศจรรย์เงาพระธาตุ ที่วัดพระธาตุลำปางหลวง
วัดพระธาตุลำปางหลวง วัดคู่บ้านคู่เมืองลำปาง
“ลำปาง” เป็นดินแดนอารยธรรมล้านนาที่รุ่งเรืองมาแต่โบราณ ชื่อเรียกเมืองลำปางนั้นมีหลายชื่อจากหลายตำนานความเป็นมา ทั้งคำว่า “เขลางค์นคร” ซึ่งตั้งตามชื่อพรานเขลางค์ ผู้มีส่วนร่วมในการสร้างเมืองลำปาง ส่วนคำว่า “ละกอน” หรือ “ละคร” (นคร) นั้นเป็นชื่อสามัญของเมืองเขลางค์ที่นิยมเรียกกันอย่างแพร่หลาย คนในจังหวัดใกล้เคียงมักจะเรียกชาวลำปางว่า “จาวละกอน” ซึ่งหมายถึง ชาวนคร
บ้างก็เรียกลำปางว่าเมือง “กุกกุฏนคร” ซึ่งหมายถึงเมืองไก่ขาว ตามตำนานว่า เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าเสด็จมาที่เมืองนี้ พระอินทร์เกรงว่าชาวเมืองจะตื่นไม่ทันทำบุญกับพระพุทธเจ้า จึงแปลงกายเป็นไก่สีขาวขันปลุกชาวเมืองให้ตื่น ด้วยเหตุนี้ไก่ขาวจึงเป็นอีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองลำปาง
เงาพระธาตุหัวกลับ สิ่งมหัศจรรย์ภายในวัดพระธาตุลำปางหลวง
ส่วนคำว่า “ลำปาง” นั้นหมายถึงไม้ป้าง ตำนานเล่าว่าเป็นไม้ข้าวหลามที่ลัวะอ้ายกอนใช้หาบกระบอกน้ำผึ้ง มะพร้าว มะตูม มาถวายพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสด็จมายังบริเวณนี้ และทรงทำนายว่าสถานที่นี่จะเจริญรุ่งเรืองเป็นเมืองเมืองหนึ่งในอนาคตชื่อ ว่าเมืองลัมภางค์
ไม่ว่าจะเรียกด้วยชื่อใดก็ตาม ลำปางก็ยังคงเป็นเมืองน่าเที่ยวและมีของดีหลายอย่างซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ เลื่องลือ ตามคำขวัญที่ว่า “ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโล
พระแก้วมรกตจำลองบนหลังรูปปั้นช้างที่วัดพระแก้วดอนเต้า
ส่วนคำว่า “ลำปาง” นั้นหมายถึงไม้ป้าง ตำนานเล่าว่าเป็นไม้ข้าวหลามที่ลัวะอ้ายกอนใช้หาบกระบอกน้ำผึ้ง มะพร้าว มะตูม มาถวายพระพุทธเจ้าเมื่อครั้งเสด็จมายังบริเวณนี้ และทรงทำนายว่าสถานที่นี่จะเจริญรุ่งเรืองเป็นเมืองเมืองหนึ่งในอนาคตชื่อ ว่าเมืองลัมภางค์
ไม่ว่าจะเรียกด้วยชื่อใดก็ตาม ลำปางก็ยังคงเป็นเมืองน่าเที่ยวและมีของดีหลายอย่างซึ่งมีชื่อเสียงเป็นที่ เลื่องลือ ตามคำขวัญที่ว่า “ถ่านหินลือชา รถม้าลือลั่น เครื่องปั้นลือนาม งามพระธาตุลือไกล ฝึกช้างใช้ลือโล
วัดปงสนุก อีกหนึ่งวัดแห่งเมืองลำปางที่ไม่ควรพลาดชม
และสิ่งมหัศจรรย์ในวัดพระธาตุลำปางหลวงที่ไม่ควรพลาดชม ก็คือ “พระธาตุหัวกลับ” หรือ “เงาพระธาตุ” ในมณฑปพระพุทธบาท ที่เกิดขึ้นจากปรากฏการณ์กล้องรูเข็ม ซึ่งรูที่ทำให้เกิดปรากฏการณ์อันน่าอัศจรรย์นี้พบเจอโดยบังเอิญเมื่อพระ ภิกษุเข้าไปทำความสะอาดในมณฑปเมื่อปี 2541
“วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม” ในอำเภอเมือง เป็นอีกหนึ่งวัดเก่าแก่อายุกว่า 500 ปี วัดแห่งนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกต โดยเมื่อ พ.ศ. 1979 พระเจ้าสามฝั่งแกน เจ้าเมืองเชียงใหม่ ได้จัดขบวนช้างไปรับพระแก้วมรกตมาจากเชียงราย เพื่อจะอัญเชิญไปประดิษฐานยังนครเชียงใหม่ เมื่อถึงทางแยกเข้านครลำปาง ช้างก็ตื่นวิ่งเข้าไปในนครลำปาง ในที่สุดพระเจ้าสามฝั่งแกนจึงต้องยินยอมให้พระแก้วมรกตประดิษฐานอยู่ ณ วัดพระแก้วดอนเต้าเป็นเวลาถึง 32 ปี ก่อนที่จะมีผู้อัญเชิญไปประดิษฐานยังเชียงใหม่ ปัจจุบันทางวัดได้สร้างรูปปั้นช้างเชือกที่วิ่งนำพระแก้วมรกตเข้ามายังลำปาง โดยมีองค์พระแก้วมรกตจำลองประดิษฐานบนหลังช้างให้พุทธศาสนิกชนสักการะบูชา
ศาลเจ้าพ่อประตูผา เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวลำปาง
มาชมวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีความน่าสนใจไม่น้อย นั่นก็คือ “วัดปงสนุก” ในอำเภอเมือง วัดแห่งนี้เป็นวัดสำคัญคู่ลำปางมาเป็นเวลานาน สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะเคยเป็นศูนย์กลางเวียงละกอนสมัยล้านนารุ่งเรือง วัดปงสนุกมีม่อนดอยเป็นจุดไฮไลท์ มีลักษณะเป็นเนินเขาพระสุเมรุจำลอง สร้างตามคติจักรวาล ม่อนดอยเป็นที่ตั้งของวิหารพระเจ้าพันองค์ สร้างด้วยไม้ กลางวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปสี่องค์หันพระพักตร์ออกสี่ทิศ
วัดปงสนุกยังเป็นแหล่งรวมข้าวของทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรมมากมายที่ทาง วัดได้นำมารวมไว้เป็นพิพิธภัณฑ์ อีกทั้งยังอนุรักษ์งานศิลปสถาปัตยกรรมที่สำคัญ ได้แก่ พระธาตุศรีจอมไคล และวิหารพระเจ้าพันองค์ โดยได้รับการบูรณะอย่างถูกหลักวิชาการโดยการมีส่วนร่วมของชุมชนบ้านปงสนุก จนเมื่อปี 2551 ทางวัดได้รับรางวัลจาก UNESCO ด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม (Award of Merit) ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจของชุมชนปงสนุกและชาวลำปางเป็นอย่างยิ่ง
สถาน ที่อีกแห่งหนึ่งที่คนลำปางให้ความเคารพนับถือก็คือ “ศาลเจ้าพ่อประตูผา” ในอำเภองาว เจ้าพ่อประตูผาเป็นยอดนักรบแห่งเมืองลำปางที่ต่อสู้กับพม่าเพื่อปกป้องแผ่น ดินของตนด้วยความกล้าหาญจนเสียชีวิตลง ณ ที่นี้ และในบริเวณนี้ซึ่งเป็นเทือกเขาสูงชันยังมี “ภาพเขียนสีโบราณประตูผา” ซึ่งเป็นแหล่งภาพเขียนสีที่มีจำนวนมากและมีความยาวต่อเนื่องมากที่สุดในภาค เหนือ มีอายุราว 3,000 ปี เก่าแก่พอๆ กับภาพเขียนสีที่ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี
| รถม้า สัญลักษณ์ของลำปาง |
ไหว้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่เมืองลำปางกันไปแล้ว มาว่ากันด้วยเรื่องเอกลักษณ์ของเมืองลำปางอย่าง “รถม้า” กันบ้าง รถม้าในลำปางมีความเป็นมายาวนานกว่าร้อยปี โดยในสมัยรัชกาลที่ 5 พระองค์ทรงสั่งรถม้าเข้ามาในประเทศเป็นจำนวนมากเพื่อใช้เป็นรถหลวง จนเมื่อรถยนต์เริ่มเข้ามามีบทบาท รถม้าจึงได้ถูกกระจายออกจากกรุงเทพฯ ต่อมาเมื่อมีการวางรางรถไฟขึ้นมาจนถึงลำปาง รถม้าจึงกลายเป็นยานพาหนะรับส่งผู้โดยสารจากสถานีรถไฟจังหวัดลำปางเข้าสู่ ตัวเมือง เมื่อเวลาผ่านไปการคมนาคมเจริญขึ้นทำให้รถม้าค่อยๆ น้อยลงแต่ก็ยังคงมีเหลืออยู่ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสบรรยากาศเก่าๆ กัน
| ช้างน้อยแสนฉลาดวาดรูปได้สวยที่ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย |
ที่ เมืองนี้นอกจากจะฝึกม้าไว้ใช้แล้ว ยังสามารถฝึกช้างให้เชื่องได้อีกต่างหาก เพราะในสมัยก่อนลำปางเคยเป็นแหล่งทำไม้ในอดีต จึงมีการคล้องช้างมาไว้ใช้ลากซุง คนลำปางกับช้างจึงมีความผูกพันกันมาจนปัจจุบัน โดยสถานที่ฝึกช้างที่มีชื่อเสียงของลำปางก็คือ “สถาบันคชบาลแห่งชาติ” หรือ “ศูนย์อนุรักษ์ช้างไทย” ในอำเภอห้างฉัตร ซึ่งเป็นศูนย์รวมภูมิปัญญาช้างไทยแบบครบเครื่อง มีทั้งโรงเรียนฝึกควาญช้าง ฝึกลูกช้าง โรงพยาบาลช้าง มีศูนย์ข้อมูลความรู้ ข้อมูลวิจัย นิทรรศการเกี่ยวกับช้าง อีกทั้งยังมีกิจกรรมการท่องเที่ยวเกี่ยวกับช้างไม่ว่าจะเป็นการแสดงช้าง บริการขี่ช้างท่องเที่ยว ขี่ช้างไปแคมปิ้งในป่า ฯลฯ
เกาะนางยวน
เกาะนางยวน และ ชุมพร
เมื่อ กลางปี 2554 ไ้ด้มีโอกาสไปชุมพร ไม่คิดว่าจังหวัดนี้ จะมีหลากหลายกิจกรรม รวมถึงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ที่ยังคงความสดชื่น แม้หาดทรายไม่ขาวเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ แต่ความเป็นธรรมชาติ ชวนให้มาเยือนได้ไม่รู้เบื่อ
อันแรกมาชมที่พักกันก่อนดีกว่า..
ได้มาพักโรงแรมโนโวเทล ซึ่งเป็นโรงแรม chain แห่งเดียวในจังหวัดชุมพร ก็มาตรฐานของแอคคอร์
มาดูบรรยากาศในห้องพัก สไตล์โมเดิร์น โปร่ง สีขาวสะอาด เริ่มต้นระดับสุพีเรียร์
ต่อมาชวนชมห้อง Presidential Suite เป็นห้องท็อปของโรงแรม พื้นที่กว้างมาก มีสองห้องนอน ห้องนั่งเล่นและ ห้องทานข้าว
บรรยากาศห้องอาหารยามค่ำคืน
รุ่งขึ้น เดินทางแต่เช้าไปเที่ยวเกาะแก่ง ..พลาดไม่ได้ก็ที่เกาะนางยวนนั่นเอง
เมื่อได้เยือนครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หลังจากเคยมาเป็นสิบๆปี ตอนสมัยเป็นไกด์เอ๊าะๆ
เจอเจ้าถิ่น ทำหน้าไม่ต้อนรับ..ไม่สิ ไม่แม้แต่จะหันมามอง..
เชอะ..ไปเดินที่อื่นก็ได้
ว่าแล้วก็พยายามปีนตะเกียกตะกายไปจุดชมวิว กว่าจะถึงเอาเหนื่อยแฮ่ก
พอขาลงมา สวนทางกับนักท่องเที่ยวหลายคน เค้าชอบถามกันว่า ..อีกนานมั้ย...อีกไกลมั้ย
เรารีบบอกว่า..ไม่ อิอิ
จากนั้น ก็นั่งเรือไปจุดดำน้ำตื้นกัน ระหว่างทางก็จับน้องๆ หนูๆ บริหารหน้าตาด้วยโยคะใบหน้าก็นซักเล็กน้อย พอเป็นกระษัย
ต่อมาก็...อย่างที่เห็น
พอวันรุ่งขึ้น สถานที่พลาดไม่ได้ คือ นมัสการเสด็จเตี่ย
ฝนก็ช่างเป็นใจ โปรยปรายตลอดทางขากลับนะจ๊ะ
...สุขสันต์เกาะนางยวน....
เมื่อ กลางปี 2554 ไ้ด้มีโอกาสไปชุมพร ไม่คิดว่าจังหวัดนี้ จะมีหลากหลายกิจกรรม รวมถึงความบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ที่ยังคงความสดชื่น แม้หาดทรายไม่ขาวเหมือนแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ แต่ความเป็นธรรมชาติ ชวนให้มาเยือนได้ไม่รู้เบื่อ
อันแรกมาชมที่พักกันก่อนดีกว่า..
ได้มาพักโรงแรมโนโวเทล ซึ่งเป็นโรงแรม chain แห่งเดียวในจังหวัดชุมพร ก็มาตรฐานของแอคคอร์
มาดูบรรยากาศในห้องพัก สไตล์โมเดิร์น โปร่ง สีขาวสะอาด เริ่มต้นระดับสุพีเรียร์
ต่อมาชวนชมห้อง Presidential Suite เป็นห้องท็อปของโรงแรม พื้นที่กว้างมาก มีสองห้องนอน ห้องนั่งเล่นและ ห้องทานข้าว
บรรยากาศห้องอาหารยามค่ำคืน
รุ่งขึ้น เดินทางแต่เช้าไปเที่ยวเกาะแก่ง ..พลาดไม่ได้ก็ที่เกาะนางยวนนั่นเอง
เมื่อได้เยือนครั้งนี้เป็นครั้งที่สอง หลังจากเคยมาเป็นสิบๆปี ตอนสมัยเป็นไกด์เอ๊าะๆ
เจอเจ้าถิ่น ทำหน้าไม่ต้อนรับ..ไม่สิ ไม่แม้แต่จะหันมามอง..
เชอะ..ไปเดินที่อื่นก็ได้
ว่าแล้วก็พยายามปีนตะเกียกตะกายไปจุดชมวิว กว่าจะถึงเอาเหนื่อยแฮ่ก
พอขาลงมา สวนทางกับนักท่องเที่ยวหลายคน เค้าชอบถามกันว่า ..อีกนานมั้ย...อีกไกลมั้ย
เรารีบบอกว่า..ไม่ อิอิ
จากนั้น ก็นั่งเรือไปจุดดำน้ำตื้นกัน ระหว่างทางก็จับน้องๆ หนูๆ บริหารหน้าตาด้วยโยคะใบหน้าก็นซักเล็กน้อย พอเป็นกระษัย
ต่อมาก็...อย่างที่เห็น
พอวันรุ่งขึ้น สถานที่พลาดไม่ได้ คือ นมัสการเสด็จเตี่ย
ฝนก็ช่างเป็นใจ โปรยปรายตลอดทางขากลับนะจ๊ะ
...สุขสันต์เกาะนางยวน....
น้ำตกหมอกฟ้า
น้ำตกหมอกฟ้า : เชียงใหม่


อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย
เดินทางไปตามถนนสายแม่มาลัย - ปาย กิโลเมตรที่ 19
แยกซ้ายเข้าไปเป็นทางลูกรังอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจึงจะถึงน้ำตก
เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก
แต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีและมีบรรยากาศร่มรื่น
เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ

ในตอนเช้าจะมีแสงแดดส่องถึงลง มาสะท้อนกับสายน้ำสีขาว
ทำให้เกิดเป็นรุ้งประกายสวยงามมาก
ที่หน้าผาจะมีมอส เฟิร์นเกาะสีเขียวชื้น
และหากมาในช่วงฤดูหนาวใบไม้ร่วง จะให้บรรยากาศที่ดีไปอีกแบบ
จากถนนหลักเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังสลับคอนกรีต
จากที่จอดรถเดินถึงตัวน้ำตกประมาณ 300 เมตร
และบริเวณริมน้ำตกมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ 400 เมตร
และที่หน่วยฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ออกแบบได้กลมกลืนกับพื้นที่
และสวยสบาย ๆ มีบ้านพัก 4 หลัง และมีเต็นท์ให้เช่า
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ คนละ 20 บาท
ผู้ที่เดินทางมาเองสามารถโดยสารรถ สองแถวสายแม่มาลัย - สบเปิง

น้ำตกหมอกฟ้า มีบริเวณที่เหมาะสำหรับการจัดทำค่าย เนื่องจาก มีบ้านที่จัดเตรียมไว้สำหรับการจัดทำค่ายจำนวน 4 หลัง พักได้หลังละ 15 คน ราคาหลังละ 1,500 บาท
และมีสถานที่กางเต็นท์ ซึ่งรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 150 คน สามารถสำรองบ้านพักได้ผ่านทางเว็บไซด์ http://www.dnp.go.th หรือ โทรสำรองที่พักได้ที่ 053-210244 หรือ 08-4616-2389
ที่ตั้งของน้ำตกหมอกฟ้า
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุยที่ 2
บริเวณกิโลเมตรที่ 19 ของทางหลวงหมายเลข 1095 (แม่มาลัย-ปาย)
อยู่ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ - ปุย
เดินทางไปตามถนนสายแม่มาลัย - ปาย กิโลเมตรที่ 19
แยกซ้ายเข้าไปเป็นทางลูกรังอีกประมาณ 2 กิโลเมตรจึงจะถึงน้ำตก
เป็นน้ำตกชั้นเดียวที่มีขนาดไม่ใหญ่นัก
แต่มีน้ำไหลตลอดทั้งปีและมีบรรยากาศร่มรื่น
เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ
ในตอนเช้าจะมีแสงแดดส่องถึงลง มาสะท้อนกับสายน้ำสีขาว
ทำให้เกิดเป็นรุ้งประกายสวยงามมาก
ที่หน้าผาจะมีมอส เฟิร์นเกาะสีเขียวชื้น
และหากมาในช่วงฤดูหนาวใบไม้ร่วง จะให้บรรยากาศที่ดีไปอีกแบบ
จากถนนหลักเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นทางลูกรังสลับคอนกรีต
จากที่จอดรถเดินถึงตัวน้ำตกประมาณ 300 เมตร
และบริเวณริมน้ำตกมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติประมาณ 400 เมตร
และที่หน่วยฯ มีศูนย์บริการนักท่องเที่ยวที่ออกแบบได้กลมกลืนกับพื้นที่
และสวยสบาย ๆ มีบ้านพัก 4 หลัง และมีเต็นท์ให้เช่า
ค่าธรรมเนียมเข้าอุทยานฯ คนละ 20 บาท
ผู้ที่เดินทางมาเองสามารถโดยสารรถ สองแถวสายแม่มาลัย - สบเปิง
น้ำตกหมอกฟ้า มีบริเวณที่เหมาะสำหรับการจัดทำค่าย เนื่องจาก มีบ้านที่จัดเตรียมไว้สำหรับการจัดทำค่ายจำนวน 4 หลัง พักได้หลังละ 15 คน ราคาหลังละ 1,500 บาท
และมีสถานที่กางเต็นท์ ซึ่งรองรับนักท่องเที่ยวได้ประมาณ 150 คน สามารถสำรองบ้านพักได้ผ่านทางเว็บไซด์ http://www.dnp.go.th หรือ โทรสำรองที่พักได้ที่ 053-210244 หรือ 08-4616-2389
ที่ตั้งของน้ำตกหมอกฟ้า
หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ดอยปุยที่ 2
บริเวณกิโลเมตรที่ 19 ของทางหลวงหมายเลข 1095 (แม่มาลัย-ปาย)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)